จัดการกับความเหงา และความรู้สึกหดหู่กดดันจากความเหงา

เราทุกคนต่างก็สามารถเกิดความรู้สึกเหงากันได้ทั้งนั้น หลายๆคนรู้สึกเหงาได้จากหลายๆสาเหตุ ซึ่งอาจจะเกิดได้จากความตั้งใจที่จะอยู่อย่างโดดเดี่ยว หรือเกิดจากสิ่งแวดล้อมบังคับก็เป็นได้

แต่เมื่อใดที่ความเหงานั้นทำให้คุณรู้สึกแย่ จิตตก หรือหดหู่ เราก็ควรหาทางขจัดความเหงานั้นออกไป ไม่มีใครอยากอยู่อย่างอมทุกข์หรอกจริงไหมคะ ใครๆต่างก็อยากจะมีความสุขกันทั้งนั้น และขืนปล่อยอารมณ์ด้านลบไว้นานๆเข้า นอกจากสุขภาพจิตจะเสียแล้ว อาจจะพลอยทำให้เสียงานเสียการไปด้วยก็ได้




วันนี้เราจึงมาแนะนำเทคนิคการรับมือและจัดการกับความเหงา และความรู้สึกแย่ๆ ที่เกิดจากความเหงา มาฝากกันค่ะ

พบจิตแพทย์ : การพบและปรึกษาจิตแพทย์ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องเป็นบ้า หรือเป็นโรคประสาทนะคะ เมื่อไม่กี่วันก่อน คนเขียนได้อ่านประสบการณ์ของคนที่ไม่สบายใจ อึดอัด ไม่รู้จะไประบายกับใคร ก็เลยไปปรึกษาพูดคุยกับจิตแพทย์มา และจิตแพทย์ก็รับฟัง พร้อมทั้งให้คำแนะนำดีๆ ที่เราอาจคาดไม่ถึงกลับมา ซึ่งหลายๆคำแนะนำก็ช่วยได้มากเลยทีเดียว

 

หากคุณเป็นโสด ไร้คู่ : ให้ระลึกอยู่เสมอ ว่าการที่คุณไม่มีแฟน ไม่มีคนรัก ไม่ได้หมายความว่าคุณเป็นคนไร้ค่า ด้อยค่า หรือมีความเป็นมนุษย์น้อยกว่าคนอื่นๆแต่อย่างใด คนที่เหมาะสมและสามารถอยู่คู่กับคุณไปได้นานแสนนาน จะมาเองเมื่อถึงเวลาอันเหมาะสม จะมีประโยชน์อะไร ถ้าคุณมีใครสักคนอยู่ข้างๆตลอดเวลา แต่คนคนนั้นกลับไม่ใช่คนที่ใช่ หรือกลับสร้างแต่ปัญหา นำพาความทุกข์ และความยุ่งยากใจให้คุณตลอดเวลา จริงไหม

 

อย่าเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น : อย่าไปเปรียบเทียบว่าทำไมคนนั้นโชคดีกว่าเรา ทำไมชีวิตเราถึงแย่อย่างนี้ ฯลฯ ความจริงคนเราเกิดมาต่างมีความเป็นมนุษย์เท่าเทียมกัน เพียงแต่สถานการณ์แวดล้อมเราแตกต่างกันเท่านั้นเอง คนที่เราอิจฉา หรือเห็นว่าดีกว่าเรา เขาก็ย่อมต้องมีความทุกข์และปัญหาของเขาเอง ไม่มีใครที่เกิดมาสมบูรณ์เพียบพร้อม หรือมีความสุขได้ดั่งใจไปทุกอย่าง จึงไม่มีความจำเป็น และไม่ยุติธรรมกับตัวเองเลย ที่จะเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น

 

สำรวจตัวเอง : ลองวิเคราะห์ความคิด ความรู้สึก และสำรวจค้นหาสาเหตุแห่งความเหงาในใจของตัวเองดู พยายามทำความเข้าใจตัวเอง และพยายามทำความเข้าใจที่มาที่ไปของอารมณ์ และความรู้สึกเหงาที่กำลังเกิดขึ้น เมื่อรู้สาเหตุ และเข้าใจมัน แล้วคุณอาจค้นพบหนทางแก้ไขที่ถูกต้อง และตรงจุดก็ได้

 

อ่านหนังสือ : คุณเชื่อไหมว่าการอ่านหนังสือดีๆ และหนังสือที่เสริมสร้างความคิดในทางบวก จะทำให้อารมณ์ด้านลบของคุณหายไปอย่างปลิดทิ้ง ราวกับมันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน หนังสือดีๆแนวพัฒนาตัวเองให้ผลดีจริง เพราะนอกจากจะช่วยกำจัดความคิดด้านลบออกไปแล้ว ยังสามารถสร้างภูมิคุ้มกันทางอารมณ์ให้คุณได้ ทั้งยังกระตุ้นให้คุณรู้สึกกระตือรือร้น มีพลังใจ ได้แรงบันดาลใจในการทำสิ่งดีๆ ให้ตัวเองและผู้อื่น จนลืมเรื่องแย่ๆไปเลย

 

เข้าร่วมกิจกรรม : อาจจะเข้าร่วมชมรม หรือคลับต่างๆ ซึ่งนอกจากจะได้เพื่อนใหม่ๆ ให้คลายความเหงาแล้ว ยังได้ไอเดียใหม่ๆ หรือประโยชน์อื่นๆ จากกิจกรรมใหม่ๆ ที่เราไปทำอีกด้วย

 

ปรึกษาผู้อาวุโส : บางทีการที่เราได้พูดคุยกับคนที่อายุมากแล้ว หรือผู้ที่ผ่านชีวิต ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากกว่าเรามากๆ อาจจะช่วยเปิดหูเปิดตา และเปิดใจ ช่วยเปลี่ยนมุมมองของชีวิต และมุมมองต่อเหตุการณ์ต่างๆ ของเราไปเลยก็เป็นได้

 

เลี้ยงสัตว์ : สำหรับคนรักสัตว์ การได้เลี้ยงสัตว์ช่วยคลายเหงาไปได้มากเลยทีเดียว เพราะสัตว์เลี้ยงสามารถเป็นเพื่อนแท้ และบางครั้งก็เป็นเพื่อนที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขของเรา ได้ดีกว่าคนด้วยซ้ำไป

 

เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ : การเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ จะช่วยกระตุ้นทั้งสมองและอารมณ์ของเราได้เป็นอย่างดี ลองไปสมัครเรียนวิชาที่น่าสนใจ เช่น เรียนภาษาอังกฤษ หรือภาษาต่างๆ เรียนดนตรี เรียนทำอาการ หรือหัดเล่นกีฬาที่ไม่เคยเล่นก็ได้

 

เดินเล่นตามสวนสาธารณะ : หรือสถานที่ที่มีความสงบ มีบรรยากาศดีๆ มันจะช่วยให้สมองปลอดโปร่ง ผ่อนคลาย และแจ่มใส เป็นการช่วยคลายเครียด คลายความกดดันได้ดีอีกวิธีหนึ่ง

 

ฝึกฝนการมองโลกในแง่ดี : การมองโลกในแง่บวก หรือการมองโลกในเชิงสร้างสรรค์ เป็นวิธีขจัดความรู้สึกแย่ๆ หรือความรู้สึกหดหู่ กดดันได้ดีที่สุด ของแบบนี้มันฝึกกันได้ อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้น ถ้าไม่รู้จะเริ่มต้นจากอะไร ก็เริ่มจากหาหนังสือดีๆสักเล่ม หรือหาหนังดีๆสักเรื่อง ที่นำเสนอในเชิงสร้างสรรค์ หรือเป็นหนังแนวฟีลกู้ด ที่ตัวละครเอกมักจะมองสิ่งต่างๆรอบๆตัวในแง่บวก และเลือกแก้ปัญหาในเชิงสร้างสรรค์ ก็ได้เหมือนกัน