มีความสุขในทุกๆวัน : อย่ากดดันและลงโทษตัวเองมากจนเกินไป

เราหลายๆคน ใช้ชีวิตอย่างไม่มีความสุขเท่าไหร่นักเพราะชอบกดดันตัวเอง บีบบังคับ และลงโทษตัวเอง ด้วยการพยายามทำทุกสิ่งทุกอย่างออกมาให้สมบูรณ์แบบที่สุด

เราต้องการความสมบูรณ์แบบ ทั้งๆที่จริงๆแล้ว “ความสมบูรณ์แบบ” นั้นไม่เคยมีอยู่จริงบนโลกใบนี้

และการที่เราจะทำสิ่งต่างๆได้จนสำเร็จลุล่วง เราก็มักจะคิดว่าต้องเข้มงวดกับตัวเองให้มากเข้าไว้ ต้องตั้งมาตรฐานให้สูงที่สุดเข้าไว้ ต้องไปให้ถึง ต้องสำเร็จ ต้องไม่ผิดพลาด และต้องยึดติดกับมาตรฐานสูงลิ่วที่ตัวเองตั้งไว้ตลอดเวลา




เอาล่ะ การที่เราทำทุกอย่างอย่างเข้มงวดที่สุดนั้น อาจจะนำมาซึ่งผลสำเร็จ และได้รับผลตอบแทนที่ยิ่งใหญ่อย่างที่เราตั้งใจไว้ก็จริง แต่มันก็ไม่ใช่การได้มาฟรีๆ หรือได้มาแต่เรื่องดีๆ มันต้องมีอะไรที่เราสูญเสียไป เพื่อแลกกับการได้มาซึ่งความสำเร็จเหล่านี้อย่างแน่นอน

 

มาดูกันว่าข้อเสียของการที่เรากดดันตัวเองมากจนเกินไปตลอดเวลานั้น มีอะไรบ้าง

 

มันกัดกร่อนความนับถือตัวเองของเรา

เมื่อเราตั้งความหวังไว้สูงเกินไป โอกาสที่เราจะทำพลาดหรือทำอะไรไม่สำเร็จตามที่ตั้งไว้มันก็มีมากขึ้น และเมื่อเราพลาดบ่อยๆเข้า (เพราะมาตรฐานที่ตั้งไว้บางครั้งมันสูงเสียจนแทบจะเป็นไปไม่ได้นั่นเอง) จะทำให้เรารู้สึกว่าตัวเองล้มเหลวอีกแล้ว และคงจะล้มเหลวอีกต่อไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นคนที่ล้มเหลวตลอดเวลา เพราะทำอะไรไม่สำเร็จจริงๆสักที ไปในที่สุด

 

เราทำลายความสนุกสนานและทำให้ความตื่นเต้นในชีวิตหมดไป

ยิ่งเรากดดันและบีบคั้นตัวเองมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งทำให้ความสุขและความสนุกสนานกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าน้อยลงไปทุกที แล้วความกลัวจะเข้ามาครอบงำเราแทน ชีวิตของเราจะเต็มไปด้วยความกลัว ถูกขับเคลื่อนด้วยความกลัว กลัวความล้มเหลว กลัวว่าจะทำไม่สำเร็จ ตามเป้าหมายอันสูงส่งที่เราตั้งไว้เอง

 

ผลที่ตามมาและสิ่งที่เราทำ จะแย่ลงเรื่อยๆ

เมื่อความนับถือตนเองลดลง เราก็จะค่อยๆรู้สึกหมดกำลังใจ หมดแรงใจที่จะทำสิ่งต่างๆออกมาให้ดี และเพราะความสนุกสนานกับความตื่นเต้นในสิ่งที่ทำเริ่มหมดลง ก็จะส่งผลให้เราเฉื่อยชา และเริ่มผลัดวันประกันพรุ่ง จนกลายเป็นความเคยชิน รวมทั้งเมื่อความกระตือรือร้น และความใส่ใจลดลงเรื่อยๆ ผลงานที่ตามมามันก็ย่อมแย่ลงตามไปด้วย

เราต่างก็รู้ดีว่า เมื่อเรากดดันตัวเองมากๆเข้า แม้มันจะให้ผลดีในหลายๆด้าน แต่ถ้าจะมองให้ไกลๆ ก็จะเห็นว่ามันไม่คุ้มค่าในระยะยาวเลย

 

แล้วเราจะทำอย่างไร เมื่อรู้ตัวว่าเราทำร้ายตัวเองด้วยการกดดันตัวเองมากจนเกินไป?

เราลองมาดูวิธีที่จะช่วยทำให้เรากดดันตัวเองน้อยลง แต่ยังสามารถทำสิ่งต่างๆออกมาได้ดี ทั้งยังสามารถรู้สึกดีๆกับตัวเองและชีวิตของเราได้ด้วย

 

1. ตระหนักและเตือนตัวเองเสมอ ในเรื่องข้อเสียของการกดดันตัวเอง

เมื่อเรารู้อยู่แล้ว ว่ามันส่งผลเสียต่อทั้งตัวเราเอง ทั้งงานของเรา รวมทั้งชีวิตของเรา ก็ให้เราเตือนตัวเองและตระหนักถึงโทษของมันอยู่เสมอ มันจะช่วยให้เราเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่เคยกดดันตัวเองให้ดีขึ้นมาได้มากทีเดียว

 

2. ตั้งเป้าหมายหรือมาตรฐานที่เหมาะสำหรับมนุษย์ปกติอย่างเราๆ (ไม่ใช่มาตรฐานสำหรับซุปเปอร์แมนนะเออ)

หนังเอย หนังสือเอย ผู้คนรอบๆตัวเราเอย อาจจะมีส่วนสำคัญที่ทำให้เราตั้งมาตรฐานต่อสิ่งต่างๆไว้สูงเวอร์ จนแทบจะเป็นไปไม่ได้ในโลกแห่งความเป็นจริง การไปยึดติดกับมาตรฐานแบบอุดมคติ ที่ราวกับอยู่ในโลกแฟนตาซี ในแบบที่ไม่มีมนุษย์คนไหนทำตามได้จริงนั้น มีทำให้เราลงเอยด้วยความล้มเหลว และผิดหวังกับตัวเอง และกับชีวิตของเราเองที่สุด

เพราะฉะนั้น ให้รู้จักปล่อยวางบ้าง แล้วก็รู้จักยอมรับว่าทุกสิ่งทุกอย่างและทุกๆคนนั้น ต่างมีข้อเสียหรือมีตำหนิด้วยกันทั้งสิ้น ไม่มีอะไรที่จะสมบูรณ์แบบ และได้ดั่งใจทุกอย่างหรอก

ให้เรารู้จักยอมรับว่า เราอาจจะสามารถแก้ไขหรือทำให้สิ่งต่างๆดีขึ้นได้ก็จริง แต่ถึงยังไงมันก็ไม่มีวันเพอร์เฟ็คท์ แล้วก็ต้องยอมรับว่า ถึงแม้ว่าสิ่งที่เราทำมันจะไม่สมบูรณ์แบบ หรือทำอะไรผิดพลาดไปบ้าง เราก็จะไม่ถูกปฏิเสธหรอก เพราะมนุษย์เดินดินธรรมดาๆทุกคน ที่ยังมองโลกตามความเป็นจริงอยู่ ย่อมเข้าใจกฎข้อนี้ดี เพราะทุกคนก็เป็นเหมือนๆกันหมดนั่นแหละ

 

3. ให้รางวัลหรือฉลองให้กับความก้าวหน้าเล็กๆน้อยๆในทุกๆขั้น

ถ้าเราเคยแต่คิดว่าการฉลองหรือการให้รางวัลกับตัวเองนั้น สมควรจะมีให้เฉพาะกับโอกาสพิเศษสุดๆ หรือควรมีให้เฉพาะกับความสำเร็จในเรื่องใหญ่ๆ เรื่องสำคัญๆ หรือเรื่องที่ออกมาสมบูรณ์แบบเท่านั้นล่ะก็ เราก็จะรู้สึกว่าการจะได้มาซึ่งความสุขนั้นมันช่างยากแสนยาก นานๆถึงจะผ่านมาที หรืออาจจะไม่ผ่านเข้ามาอีกเลยก็ได้ เพราะมันดูห่างไกลและไปถึงยากเหลือเกิน

ดังนั้น หัดตัวเองให้รรู้จักเฉลิมฉลองหรือให้รางวัลกับความสำเร็จเล็กๆน้อยๆประจำวัน หรือกับเรื่องดีๆที่เกิดขึ้นในแต่ละสัปดาห์บ้าง

ความสุขและความสนุกสนานๆเล็กๆน้อยๆนี้ มันจะช่วยหล่อเลี้ยงความกระตือรือร้น และเติมพลังใจให้เราได้เรื่อยๆ เพื่อให้เราไม่รู้สึกท้อ หรือหยุดกลางคัน หรือล้มเลิกความตั้งใจ เพราะหมดแรงกับการฝ่าฟันไปให้ถึงจุดหมายปลายทาง ที่ดูสูงและอยู่ไกลนั้นเสียก่อน

 

4. ให้มองเฉพาะด้านบวกและด้านที่เป็นประโยชน์ ของความผิดพลาดและความล้มเหลวเท่านั้น

เป็นเรื่องปกติของคนที่ทำอะไรผิดพลาดและล้มเหลว แล้วก็มานั่งโทษตัวเอง แล้วก็กดดันตัวเองให้มากกว่าเดิม แต่มันส่งผลร้ายแรงต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน และอาจร้ายแรงถึงขั้นทำให้เราตัดสินใจล้มเลิกจากเส้นทางนั้นไปเลยก็ได้

ดังนั้น เมื่อไหร่ที่รู้ตัวว่ากำลังลงโทษตัวเองมากเกินไปกับความผิดพลาดที่เราทำ ก็ให้ผ่อนคลายและปล่อยวางเสียบ้าง มองให้ยาวๆเข้าไว้ และมองให้มันเป็นเทคนิคหรือวิธีที่จะกระตุ้นให้เรายังคงมีพลังใจ ยังสามารถเดินหน้าต่อไป และเพื่อให้เรายังคงมีความนับถือตัวเองได้อยู่

 

ลองถามตัวเองดูว่า

– เราได้เรียนรู้อะไรบ้างจากสถานการณ์นี้

– เราจะเอาสิ่งที่ได้จากความผิดพลาดครั้งนี้ ไปใช้เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดเดิมๆซ้ำได้อีก ไม่เพียงเท่านั้น เราจะใช้มันในการทำให้สิ่งต่างๆในอนาคตดีขึ้นกว่าเดิมได้ยังไงบ้าง

 

และเมื่อความรู้สึกแย่ๆที่เกิดจากความผิดพลาดค่อยๆคลายลงแล้ว ก็ให้ละมันไป ทิ้งมันไว้ข้างหลัง มองเฉพาะสิ่งดีๆที่เราได้จากเรื่องเหล่านี้ แล้วก็เดินหน้าต่อไป

หลายๆคนติดอยู่กับความผิดพลาดในอดีต จนไม่กล้าที่จะทำมันอีกครั้ง หรือไม่กล้าทำอะไรใหม่ๆที่ดีกว่าเดิมอีกเลย นับว่าเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย และเสียโอกาสอย่างมาก

หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ทุกๆคนที่กำลังกดดันตัวเอง ลงโทษตัวเอง ขังตัวเองไว้ในอดีต และไม่ยอมให้เรื่องร้ายๆผ่านไป คิดอะไรได้มากขึ้นบ้างนะคะ