โรคท้องผูก ท้องผูกเป็นประจำทำอย่างไรดี

หากใครที่กำลังประสบกับปัญหาท้องผูกอยู่ จนต้องถามตัวเองเสมอว่า ท้องผูกเป็นประจำทำอย่างไรดี และกำลังมองหาตัวช่วย หรือวิธีการให้ตัวเอง พ้นจากภาวะที่แสนจะน่าอึดอัดแบบนี้แล้วละก็ วันนี้ เรามีวิธีที่จะช่วยแก้ไขปัญหานี้มาฝากค่ะ

ซึ่งเราสามารถทำได้ง่ายๆ เพียงแต่อาจต้องแลกกับ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่างในชีวิต แบบชุดใหญ่เลยทีเดียว




แต่ก่อนอื่น เราควรเริ่มต้นจาก การรู้ถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการท้องผูกกันก่อนดีกว่านะคะ

เพราะการป้องกันนั้น ย่อมดีกว่าการรักษาอยู่แล้ว เพราะถึงจะรักษาหาย แต่หากไม่รู้สาเหตุ สุดท้ายก็อาจจะกลับมาเป็นอีก แล้วก็ต้องมารักษาอาการท้องผูกเหมือนเดิมแน่นอน

 

สาเหตุที่ทำให้ท้องผูก

1. เหตุผลหลักคือ นิสัยการชอบอั้นอุจจาระ ทำให้ร่างกายเกิดความเคยชินติดเป็นนิสัย เมื่ออุจจาระถูกขับดันไปจนถึงปลายลำไส้ ซึ่งถ้าเป็นคนปกติ ระบบประสาทจะสั่งการให้รู้สึกอยากขับถ่ายออกมา แต่ผู้ที่อั้นอุจจาระบ่อยๆ มาเป็นเวลานาน อุจจาระจะค้างอยู่ที่บริเวณลำไส้ แต่ไม่ถูกขับถ่ายออก มีเพียงแค่น้ำเท่านั้น ที่ถูกดูดซึมกลับเข้ามา ทำให้อุจจาระตกค้าง จนแห้งแข็งอยู่อย่างนั้น

2. การดำเนินชีวิตประจำวันของคนยุคนี้ ที่ไม่ถูกสุขลักษณะ นั่นก็คือ ชอบรับประทานอาหารตามใจปาก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเภทที่มีกากใยอาหารน้อย การไม่ออกกำลังกาย และการดื่มน้ำสะอาดที่ไม่เพียงพอ

3. ภาวะความเครียด ทั้งจากการงาน หรือการเรียน ก็เป็นอีกสาเหตุ ที่ทำให้เกิดท้องผูกได้เช่นเดียวกัน

เมื่อเรารู้ถึงสาเหตุ ที่ทำให้เกิดการท้องผูกแล้ว ก็มาถึงวิธีการรักษาและดูแล เมื่อเกิดอาการท้องผูกกันค่ะ

 

วิธีการรักษา หรือแก้ท้องผูก

1. เริ่มต้นด้วยการ สร้างอุปนิสัยการขับถ่ายให้เป็นเวลา ตามหลักสุขลักษณะที่ถูกต้องนั้น ควรขับถ่ายในเวลาเช้า เป็นประจำทุกวัน และเมื่อเกิดความรู้สึกอยากขับถ่าย ก็ให้รีบเข้าห้องน้ำทันที ไม่ควรอั้นเอาไว้

2. เลือกรับประทานอาหารที่มีไฟเบอร์ หรือกากใยอาหารมากๆ เช่น ผักใบเขียว ผลไม้ ธัญพืชต่างๆ เช่น ข้าวบาเล่ย์ ข้าวสาลี ข้าวโอ๊ต ลูกเดือย เป็นต้น เพราะกากใยในอาหาร จะช่วยให้อุจจาระในร่างกาย มีน้ำหล่อเลี้ยงมากขึ้น ทำให้ขับถ่ายได้ง่าย และควรจะงดอาหารที่มีใยอาหารน้อย อย่างพวกเนื้อสัตว์ต่างๆ ให้น้อยลง

3. ควรดื่มน้ำสะอาด ให้ได้อย่างน้อยวันละประมาณ 1-2 ลิตร และงดดื่มชากับกาแฟ รวมทั้งเครื่องดื่มทั้งหลาย อีกทั้งหากงดสูบได้ด้วย ก็ยิ่งเป็นผลดีมากขึ้น

4. หมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ อย่างสม่ำเสมอ จะทำให้ระบบการทำงานต่างๆ ในร่างกาย ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งระบบขับถ่ายด้วย

5. อาจรับประทานยาสมุนไพรไทย อย่างมะขามแขก มาเป็นตัวช่วยให้เกิดการขับถ่าย โดยใช้ฝักมะขามแขก 3-4 ฝัก มาต้มกับน้ำร้อน แล้วดื่ม แต่ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานยาถ่าย เพราะไม่ดีต่อสุขภาพ หากใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานๆ